วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สภาวิชาชีพด้านสุขภาพฯ ประณามเสื้อแดง

ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพแห่งประเทศไทย ขอประณามการกระทำที่ไม่เป็นไปตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรม พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายมีสติ...

30 เม.ย.2553 ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม สภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด ออกแถลงการณ์ เรื่อง “ขอให้ยุติการคุกคามและปฏิบัติต่อโรงพยาบาล รถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บาดเจ็บ ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรม” เนื่องจาก ขณะนี้สถานการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้ง นำมาซึ่งการสูญเสียและบาดเจ็บของประชาชนและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ปรากฏว่า มีการบุกรุกตรวจค้นโรงพยาบาล คุกคามบุคลากรทางการแพทย์ และขัดขวางการเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การปะทะ ซึ่งมีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประนามการกระทำที่ไม่เป็นไปตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรม เรียกร้องทุกฝ่ายมีสติ

ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้อง ให้ทุกฝ่ายมีสติ หนักแน่น เคารพหลักการสากล และหลักมนุษยธรรมในการดูแลรักษาผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ ดังนี้

1. ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพฯ ขอให้สมาชิกยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ว่าภายใต้เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น

2. ในหลักสากลแม้กระทั่งในยามสงครามหรือความขัดแย้ง สู้รบระหว่างประเทศ โรงพยาบาล รถพยาบาล เครื่องมือทางการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ต้องได้รับการคุ้มครองจากทุกฝ่ายให้มีความปลอดภัย และสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามหลักมนุษยธรรมได้อย่างเต็มที่

3. ในประเทศไทยขณะนี้ เป็นเพียงความขัดแย้งทางความคิดของคนในชาติเดียวกัน จึงขอให้ทุกฝ่ายเคารพความเป็นกลางของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล รถพยาบาล ถอยห่างจากพื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 100 เมตร และละเว้นการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานและกีดขวางทางเข้าออกโรงพยาบาล

4. ผู้บาดเจ็บไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม และ ผู้ที่เข้าให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จะต้องได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการนำส่ง เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงทีจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

และ 5. ขอให้ทุกฝ่ายยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามหลักสากลโดยทันที และขอให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักมนุษยธรรมโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย

นอกจากนี้ ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า แนวปฏิบัติด้านการแพทย์ในยามเกิดเหตุความไม่สงบ กาชาดสากลได้ออกสนธิสัญญาเจนีวา ตั้งแต่ปี 1949 หรือพ.ศ.2492 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบุแนวปฏิบัติ 3 ข้อหลัก คือ 1. รถพยาบาล โรงพยาบาล และบุคลากรด้านการแพทย์เป็นกลาง ต้องได้รับการคุ้มครองจากทุกฝ่าย 2. ประชาชนที่เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยต้องได้รับการคุ้มครอง และ 3. ผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยต้องได้รับการช่วยเหลือ และในกรณีของผู้ชุมนุมอาจจะไม่รู้ และไม่ได้มีการศึกษาในเรื่องหลักสากลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในที่ชุมนุมมีบุคลากรทางการแพทย์อยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งมั่นใจว่ารู้หลักเกณฑ์สากลเป็นอย่างดี จึงควรแนะนำให้ผู้ชุมนุมคนอื่นรู้ จะได้ไม่กระทำสิ่งที่เป็นการละเมิดหลักสากล และหวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก สิ่งที่ผู้ชุมนุมบุกค้นโรงพยาบาลอาจเป็นเพราะความเครียด ทำให้เกิดการหวาดระแวงเห็นอะไรขยับก็กลัว หากเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ก็เสี่ยงที่จะมีอาการทางจิต ชนิดหวาดระแวง แม้แต่ในประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ ก็ไม่มีใครไปยุ่งกับบุคลากรทางการแพทย์และรถพยาบาล ที่ผ่านมานับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ไม่เคยมีประเทศไหนกระทำการเช่นนี้มาก่อน เนื่องจากรู้ดีว่าหากละเมิดจะถูกประเทศต่างๆ รุมประณามอย่างหนัก ขายหน้าทั่วโลก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น